North

Kamphaeng Phet Historical Park: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร วัดพระสี่อริยาบถ

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Kamphaeng Phet Historical Park: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร วัดพระสี่อริยาบถ
Author: 
wisanu
Pano description: 

วัดพระสี่อิริยาบถ
อยู่ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร อยู่ทางเหนือของวัดพระนอน ถัดขึ้นไปประมาณ 100 เมตร หน้าวัดมีบ่อน้ำ ห้องน้ำ และศาลาพักเช่นเดียวกับวัดพระนอน สิ่งก่อสร้างสำคัญภายในวัดคือ วิหารที่สร้างบนฐานทักษิณขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ตอนหน้าวัด ด้านหลังวิหารสร้างเป็นมณฑป ทำหน้าที่เป็นเจดีย์ประธานของวัด ลักษณะมณฑปแบบจตุรมุข กึ่งกลางทำเป็นแท่งสี่เหลี่ยมรับส่วนยอดหลังคา จากนั้นทำเป็นมุมยื่นออกมาทั้ง 4 ด้าน ผนังแต่ละด้านของแท่งสี่เหลี่ยมก่อให้เว้าเข้าไป และประดิษฐานพระพุทธรูปแตกต่างกันออกไปในแต่ละด้าน คือ เดิน นั่ง ยืน นอน ปัจจุบันเหลือพระยืนขนาดใหญ่ทางด้านทิศใต้ พระพักตร์เป็นลักษณะศิลปะสุโขทัยหมวดกำแพงเพชร คือ พระนลาฏกว้าง พระหนุเสี้ยม

Kamphaeng Phet Historical Park is an archeological site in Kamphaeng Phet, Thailand. Along with Sukhothai Historical Park and Si Satchanalai historical park, it is a part of the UNESCO World Heritage Site Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns. Major features in the Kamphaeng Phet Historical Park include archaeological remains of ancient sites such as Mueang Chakangrao to the east of the Ping River, Mueang Nakhon Chum to the west and Mueang Trai Trueng some 18 km from the town to the southwest.

Kamphaeng Phet Historical Park: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร วัดพระแก้ว

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Kamphaeng Phet Historical Park: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร วัดพระแก้ว
Author: 
wisanu
Pano description: 

วัดพระแก้ว
เป็นพระอารามหลวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่กลางเมืองเช่นเดียวกับวัดมหาธาตุกรุงสุโขทัย และวัดพระศรีสรรเพชญ กรุงศรีอยุธยา เป็นวัดที่มีเฉพาะเขตพุทธาวาสไม่มีพระภิกษุจำพรรษา สิ่งก่อสร้างภายในวัดเรียงเป็นแนวยาวตามแกนตะวันออก-ตะวันตกขนานกับกำแพงเมืองด้านทิศใต้ ตอนหน้าสุดของวัดเป็นฐานไพทีใหญ่ บนฐานยังมีโกลนศิลาแลงพระพุทธรูปประธาน ถัดมาเป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่ ฐานมีสิงห์ล้อมรอบ วิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นสามองค์ และตอนท้ายสุดเป็นเจดีย์ทรงระฆังประดับช้างปูนปั้นที่ฐานโดยร

Kamphaeng Phet Historical Park is an archeological site in Kamphaeng Phet, Thailand. Along with Sukhothai Historical Park and Si Satchanalai historical park, it is a part of the UNESCO World Heritage Site Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns. Major features in the Kamphaeng Phet Historical Park include archaeological remains of ancient sites such as Mueang Chakangrao to the east of the Ping River, Mueang Nakhon Chum to the west and Mueang Trai Trueng some 18 km from the town to the southwest.

Kamphaeng Phet Historical Park: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร วัดช้างล้อม

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Kamphaeng Phet Historical Park: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร วัดช้างล้อม
Author: 
wisanu
Pano description: 

วัดช้างล้อม
ตั้งอยู่บนยอดเนินสูงสุดของเขตอรัญญิก สิ่งสำคัญของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ประธานทรงระฆังขนาดใหญ่ ซึ่งยอดหักพังหมดแล้ว ฐานสี่เหลี่ยมด้านล่างสูงใหญ่ มีบันไดอยู่ที่กลางด้านทั้งสี่เพื่อขึ้นไปถึงลานด้านบน หรือลานทักษิณ ฐานล่างประดับช้างปูนปั้นครึ่งตัวจำนวน 68 เชือก ตัวช้างทำลายปูนปั้นที่แผงคอ โคนขา และข้อขา ระหว่างช้างแต่ละเชือกตกแต่งลายปูนปั้นนูนสูงรูปพันธุ์พฤกษา เจดีย์ด้านบนเหลือเฉพาะฐานแปดเหลี่ยม และหน้ากระดานกลม ซึ่งพบหลักฐานว่ามีการประดับลายปูนปั้นเล่าเรื่องพุทธประวัติ และประดับรูปเทวดา นางฟ้า กินนร กินรี และหงส์ ด้านหน้าเจดีย์ประธานทีฐานวิหารขนาดใหญ่และถัดไปเป็นสระน้ำที่ขุดลงไปในชั้นศิลาแลง

Kamphaeng Phet Historical Park is an archeological site in Kamphaeng Phet, Thailand. Along with Sukhothai Historical Park and Si Satchanalai historical park, it is a part of the UNESCO World Heritage Site Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns. Major features in the Kamphaeng Phet Historical Park include archaeological remains of ancient sites such as Mueang Chakangrao to the east of the Ping River, Mueang Nakhon Chum to the west and Mueang Trai Trueng some 18 km from the town to the southwest.

Nammeaping Restaurant: ร้านอาหาร น้ำแม่ปิง

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Nammeaping Restaurant: ร้านอาหาร น้ำแม่ปิง
Author: 
poj1967
Pano description: 

อาหารเหนือน้ำแม่ปิง
อาหารเหนือในบรรยากาศสบายๆ สไตส์เมือง
เหนือกับเมนูอาหารเลิศรส ท่ามกลางหมู่ไม้
และสายน้ำปิงใจกลางเมืองเชียงใหม่.
เหนือกับเมนูอาหารเลิศรส ท่ามกลางหมู่ไม้
และสายน้ำปิงใจกลางเมืองเชียงใหม่.

(053-266-046)
info@nammaeping.com

จันทร์ - ศกุร์
เปิด 10.00-20.00
เสาร์ - อาทิตย์
เปิด 10.00-20.00

ร้านน้ำแม่ปิง (หน้าโรงแรมศรีประกาศ)
35/1 ถ.เชียงใหม่-ลำพูน ต.วัดเกตุ
อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000

รายการอาหาร
แกงฮังเล,ไส้อั่ว,ข้าวซอย,
ข้าวเงี้ยว,ขนมจีน,ออเดิฟ

รายการชุดข้าว
ข้าว + อาหาร(ถ้วยเล็ก)
+ น้ำซุป +ผัก

รายการอาหารจัดเลี้ยง
อาหาร ของหวาน พร้อม
เครื่องดื่มสามารถจัดได้
ตามความต้องการ

เครื่องดื่ม
เครื่องดื่มล้านนา , เฉาก๊วย
นมสด ,ลอดช่อง,
น้ำสตอเบอรี่ปั่น

Wat Phathat Doisuthep: วัดพระธาตุดอยสุเทพ 1

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Wat Phathat Doisuthep: วัดพระธาตุดอยสุเทพ 1
Author: 
poj1967
Pano description: 

เดินทางตามถนนห้วยแก้ว ผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ไปตามทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ระหว่างทางจะมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่อยู่เบื้องล่าง ระยะทางจากเชิงดอยถึงวัดประมาณ 11 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง วัดพระธาตุดอยสุเทพนี้เป็นปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่นับตั้งแต่โบราณกาล นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาที่จังหวัดนี้จะต้องขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุกันทุกคน ถ้าหากใครไม่ได้ขึ้นไปนมัสการแล้ว ถือเสมือนว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่
ตามประวัติแห่งดอยสุเทพนั้นเชื่อกันว่า เดิมภูเขาแห่งนี้เป็นที่อยู่ของฤาษีนามว่า "สุเทวะ" ซึ่งตรงกับคำว่าสุเทพอันเป็นที่มาของชื่อดอยสูงแห่งนี้ โดยวัดพระธาตุดอยสุเทพนี้สร้างขึ้นเมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราช เจ้าหลวงเมืองเชียงใหม่องค์ที่ 6 เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้ทรงอัญเชิญมาจากเมืองศรีสัชนาลัย
ตามตำนานเล่าว่า พระเจ้ากือนาธรรมิกราชทรงแยกพระบรมสารีริกธาตุไว้เป็นสองส่วน โดยอัญเชิญองค์หนึ่งบรรจุไว้ที่พระธาตุวัดสวนดอก ส่วนอีกองค์หนึ่งได้อัญเชิญขึ้นบนหลังช้างมงคล โดยพระเจ้ากือนาธรรมิกราชทรงตั้งจิตอธิษฐานเสี่ยงทายว่าหากช้างเชือกนั้นหยุดลงตรงที่ใดก็จะให้สร้างพระธาตุขึ้น ณ ที่แห่งนั้น ซึ่งช้างเชือกดังกล่าวได้มาหยุดลงตรงยอดดอยสุเทพแห่งนี้ โดยทำทักษิณาวรรตสามรอบก่อนที่จะล้มลง (ตาย) ดังนั้นพระเจ้ากือนาธรรมิกราชจึงทรงรับสั่งให้สร้างพระบรมธาตุอันเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุ ณ ยอดดอยสุเทพ อยู่คู่ฟ้าคู่ดินเชียงใหม่มานับแต่นั้น วัดพระธาตุดอยสุเทพตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองเชียงใหม่ ผู้ที่เดินทางมาสักการะที่วัดแห่งนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดนาคไป 300 ขั้น เพื่อไปยังวัด หรือใช้บริการรถกระเช้าขึ้น-ลงดอยสุเทพได้ ระหว่างเวลา 05.30-19.30 น.

Wat Phrathat Doi Suthep (Thai: วัดพระธาตุดอยสุเทพ) is a Buddhist temple in Chiang Mai Province, Thailand. The temple is often referred to as "Doi Suthep" although this is actually the name of the mountain it is located on. The temple is located 15 km from the city of Chiang Mai and is a sacred site to many Thai people. From the temple impressive views of Chiang Mai can be seen and it remains a popular destination of foreign visitors.

Wat Phathat Doisuthep: วัดพระธาตุดอยสุเทพ 2

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Wat Phathat Doisuthep: วัดพระธาตุดอยสุเทพ 2
Author: 
poj1967
Pano description: 

เดินทางตามถนนห้วยแก้ว ผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ไปตามทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ระหว่างทางจะมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่อยู่เบื้องล่าง ระยะทางจากเชิงดอยถึงวัดประมาณ 11 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง วัดพระธาตุดอยสุเทพนี้เป็นปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่นับตั้งแต่โบราณกาล นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาที่จังหวัดนี้จะต้องขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุกันทุกคน ถ้าหากใครไม่ได้ขึ้นไปนมัสการแล้ว ถือเสมือนว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่
ตามประวัติแห่งดอยสุเทพนั้นเชื่อกันว่า เดิมภูเขาแห่งนี้เป็นที่อยู่ของฤาษีนามว่า "สุเทวะ" ซึ่งตรงกับคำว่าสุเทพอันเป็นที่มาของชื่อดอยสูงแห่งนี้ โดยวัดพระธาตุดอยสุเทพนี้สร้างขึ้นเมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราช เจ้าหลวงเมืองเชียงใหม่องค์ที่ 6 เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้ทรงอัญเชิญมาจากเมืองศรีสัชนาลัย
ตามตำนานเล่าว่า พระเจ้ากือนาธรรมิกราชทรงแยกพระบรมสารีริกธาตุไว้เป็นสองส่วน โดยอัญเชิญองค์หนึ่งบรรจุไว้ที่พระธาตุวัดสวนดอก ส่วนอีกองค์หนึ่งได้อัญเชิญขึ้นบนหลังช้างมงคล โดยพระเจ้ากือนาธรรมิกราชทรงตั้งจิตอธิษฐานเสี่ยงทายว่าหากช้างเชือกนั้นหยุดลงตรงที่ใดก็จะให้สร้างพระธาตุขึ้น ณ ที่แห่งนั้น ซึ่งช้างเชือกดังกล่าวได้มาหยุดลงตรงยอดดอยสุเทพแห่งนี้ โดยทำทักษิณาวรรตสามรอบก่อนที่จะล้มลง (ตาย) ดังนั้นพระเจ้ากือนาธรรมิกราชจึงทรงรับสั่งให้สร้างพระบรมธาตุอันเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุ ณ ยอดดอยสุเทพ อยู่คู่ฟ้าคู่ดินเชียงใหม่มานับแต่นั้น วัดพระธาตุดอยสุเทพตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองเชียงใหม่ ผู้ที่เดินทางมาสักการะที่วัดแห่งนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดนาคไป 300 ขั้น เพื่อไปยังวัด หรือใช้บริการรถกระเช้าขึ้น-ลงดอยสุเทพได้ ระหว่างเวลา 05.30-19.30 น.

Wat Phrathat Doi Suthep (Thai: วัดพระธาตุดอยสุเทพ) is a Buddhist temple in Chiang Mai Province, Thailand. The temple is often referred to as "Doi Suthep" although this is actually the name of the mountain it is located on. The temple is located 15 km from the city of Chiang Mai and is a sacred site to many Thai people. From the temple impressive views of Chiang Mai can be seen and it remains a popular destination of foreign visitors.

Bhubing Palace: พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ 1

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Bhubing Palace: พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ 1
Author: 
poj1967
Pano description: 

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
พระราชนิเวศน์แห่งนี้ ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ความสูงจากระดับน้ำทะเล ๑,๓๗๓.๑๙๗ เมตร ในเนื้อที่โดยรอบพระตำหนักประมาณ ๔๐๐ ไร่ นั้น แบ่งเป็นบริเวณที่ เปิดให้นักท่องเที่ยว ได้ชื่นชมประมาณ ๒๐๐ ไร่ คำว่า “ดอยบวกห้า” เป็นชื่อเรียก ตามคำพื้นเมือง ดอยหมายถึงภูเขา บวกหมายถึง หนองน้ำ ห้าหมายถึงต้นหว้า หมายความว่า ที่ยอดดอยแห่งนี้มี หนองน้ำอุดมไปด้วยต้นหว้าขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณหนองน้ำนั้น พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ในปีพ.ศ. ๒๕๐๔ และพระราชทานนาม พระตำหนักองค์นี้ว่าภูพิงคราชนิเวศน์

โดยทรงเลือกจาก หนึ่งใน ๒ ชื่อ ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งเป็นที่ พระศาสนโสภณ เป็นผู้คิดชื่อถวาย คือ
“พิงคัมพร” กับ “ภูพิงคราชนิเวศน์” พระตำหนักแห่งนี้ ใช้เป็นที่ประทับในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงงาน และเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในโอกาส ต่างๆ การที่ทรงเลือกสร้างที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย ภูมิประเทศสวยงาม อีกทั้งเคยเป็นเมืองหลวงมาก่อน ผู้คนพลเมืองยังดำรงรักษาจารีตขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามไว้

Introduction to Bhubing Palace

The Bhubing Palace is located on Doi Buak Ha, Muang District, Chiang Mai Province. It is the royal winter residence in Chiang Mai where the Royal family stays during seasonal visits to the people in the northern part of Thailand.

The palace is also the royal guesthouse for prominent state visitors from abroad. In the past Their Majesties welcomed or granted royal audience to State visitors only in the capital of Bangkok. Bhubing Palace was built in 1961. The construction started initially with only the royal resident building and the guesthouse. The other buildings were additionally built on later dates.

Bhubing Rajanives

Phra Tamnak Bhubing Rajanives was built in northern Thai architectural style called -Ruen Mu- (Group of Houses). The building sits on stilts. The upper floor is the royal residential area while the ground floor houses the royal entourage.

The building master plan was design by Prince Samaichalerm Kridagara while Mom Rachawongse Mitrarun Kasemsri designed the building.

The construction of the Palace was undertaken by the Crown Property Bureau, under the supervision of Prince Samaichalerm Kridagara, assisted by Mom Mom Rachawongse Mitrarun Kasemsri and Mr. Pradit Yuwapukka. General Luang Kampanath Saenyakorn, the Privy Councilor was assigned to lay foundation stone on August 24, 1961 at 10.49 am. The Construction took 5 months to complete. The first royal visitors to stay at the palace were King Federick the Ninth and Queen Ingrid of Denmark on their royal visit to Thailand in January 1962

Bhubing Palace: พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Bhubing Palace: พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
Author: 
poj1967
Pano description: 

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์: The Water Reservoir: อ่างเก็บน้ำ
พระราชนิเวศน์แห่งนี้ ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ความสูงจากระดับน้ำทะเล ๑,๓๗๓.๑๙๗ เมตร ในเนื้อที่โดยรอบพระตำหนักประมาณ ๔๐๐ ไร่ นั้น แบ่งเป็นบริเวณที่ เปิดให้นักท่องเที่ยว ได้ชื่นชมประมาณ ๒๐๐ ไร่ คำว่า “ดอยบวกห้า” เป็นชื่อเรียก ตามคำพื้นเมือง ดอยหมายถึงภูเขา บวกหมายถึง หนองน้ำ ห้าหมายถึงต้นหว้า หมายความว่า ที่ยอดดอยแห่งนี้มี หนองน้ำอุดมไปด้วยต้นหว้าขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณหนองน้ำนั้น พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ในปีพ.ศ. ๒๕๐๔ และพระราชทานนาม พระตำหนักองค์นี้ว่าภูพิงคราชนิเวศน์

โดยทรงเลือกจาก หนึ่งใน ๒ ชื่อ ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งเป็นที่ พระศาสนโสภณ เป็นผู้คิดชื่อถวาย คือ
“พิงคัมพร” กับ “ภูพิงคราชนิเวศน์” พระตำหนักแห่งนี้ ใช้เป็นที่ประทับในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงงาน และเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในโอกาส ต่างๆ การที่ทรงเลือกสร้างที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย ภูมิประเทศสวยงาม อีกทั้งเคยเป็นเมืองหลวงมาก่อน ผู้คนพลเมืองยังดำรงรักษาจารีตขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามไว้

Introduction to Bhubing Palace

The Bhubing Palace is located on Doi Buak Ha, Muang District, Chiang Mai Province. It is the royal winter residence in Chiang Mai where the Royal family stays during seasonal visits to the people in the northern part of Thailand.

The palace is also the royal guesthouse for prominent state visitors from abroad. In the past Their Majesties welcomed or granted royal audience to State visitors only in the capital of Bangkok. Bhubing Palace was built in 1961. The construction started initially with only the royal resident building and the guesthouse. The other buildings were additionally built on later dates.

Bhubing Rajanives

Phra Tamnak Bhubing Rajanives was built in northern Thai architectural style called ?Ruen Mu? (Group of Houses). The building sits on stilts. The upper floor is the royal residential area while the ground floor houses the royal entourage.

The building master plan was design by Prince Samaichalerm Kridagara while Mom Rachawongse Mitrarun Kasemsri designed the building.

The construction of the Palace was undertaken by the Crown Property Bureau, under the supervision of Prince Samaichalerm Kridagara, assisted by Mom Mom Rachawongse Mitrarun Kasemsri and Mr. Pradit Yuwapukka. General Luang Kampanath Saenyakorn, the Privy Councilor was assigned to lay foundation stone on August 24, 1961 at 10.49 am. The Construction took 5 months to complete. The first royal visitors to stay at the palace were King Federick the Ninth and Queen Ingrid of Denmark on their royal visit to Thailand in January 1962

Bhubing Palace: พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Bhubing Palace: พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
Author: 
poj1967
Pano description: 

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
พระราชนิเวศน์แห่งนี้ ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ความสูงจากระดับน้ำทะเล ๑,๓๗๓.๑๙๗ เมตร ในเนื้อที่โดยรอบพระตำหนักประมาณ ๔๐๐ ไร่ นั้น แบ่งเป็นบริเวณที่ เปิดให้นักท่องเที่ยว ได้ชื่นชมประมาณ ๒๐๐ ไร่ คำว่า “ดอยบวกห้า” เป็นชื่อเรียก ตามคำพื้นเมือง ดอยหมายถึงภูเขา บวกหมายถึง หนองน้ำ ห้าหมายถึงต้นหว้า หมายความว่า ที่ยอดดอยแห่งนี้มี หนองน้ำอุดมไปด้วยต้นหว้าขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณหนองน้ำนั้น พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ในปีพ.ศ. ๒๕๐๔ และพระราชทานนาม พระตำหนักองค์นี้ว่าภูพิงคราชนิเวศน์

โดยทรงเลือกจาก หนึ่งใน ๒ ชื่อ ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งเป็นที่ พระศาสนโสภณ เป็นผู้คิดชื่อถวาย คือ
“พิงคัมพร” กับ “ภูพิงคราชนิเวศน์” พระตำหนักแห่งนี้ ใช้เป็นที่ประทับในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงงาน และเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในโอกาส ต่างๆ การที่ทรงเลือกสร้างที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย ภูมิประเทศสวยงาม อีกทั้งเคยเป็นเมืองหลวงมาก่อน ผู้คนพลเมืองยังดำรงรักษาจารีตขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามไว้

Introduction to Bhubing Palace

The Bhubing Palace is located on Doi Buak Ha, Muang District, Chiang Mai Province. It is the royal winter residence in Chiang Mai where the Royal family stays during seasonal visits to the people in the northern part of Thailand.

The palace is also the royal guesthouse for prominent state visitors from abroad. In the past Their Majesties welcomed or granted royal audience to State visitors only in the capital of Bangkok. Bhubing Palace was built in 1961. The construction started initially with only the royal resident building and the guesthouse. The other buildings were additionally built on later dates.

Bhubing Rajanives

Phra Tamnak Bhubing Rajanives was built in northern Thai architectural style called ?Ruen Mu? (Group of Houses). The building sits on stilts. The upper floor is the royal residential area while the ground floor houses the royal entourage.

The building master plan was design by Prince Samaichalerm Kridagara while Mom Rachawongse Mitrarun Kasemsri designed the building.

The construction of the Palace was undertaken by the Crown Property Bureau, under the supervision of Prince Samaichalerm Kridagara, assisted by Mom Mom Rachawongse Mitrarun Kasemsri and Mr. Pradit Yuwapukka. General Luang Kampanath Saenyakorn, the Privy Councilor was assigned to lay foundation stone on August 24, 1961 at 10.49 am. The Construction took 5 months to complete. The first royal visitors to stay at the palace were King Federick the Ninth and Queen Ingrid of Denmark on their royal visit to Thailand in January 1962

Bhubing Palace: พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Bhubing Palace: พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
Author: 
poj1967
Pano description: 

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์: ทางเข้าเรือนปีกไม้
พระราชนิเวศน์แห่งนี้ ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ความสูงจากระดับน้ำทะเล ๑,๓๗๓.๑๙๗ เมตร ในเนื้อที่โดยรอบพระตำหนักประมาณ ๔๐๐ ไร่ นั้น แบ่งเป็นบริเวณที่ เปิดให้นักท่องเที่ยว ได้ชื่นชมประมาณ ๒๐๐ ไร่ คำว่า “ดอยบวกห้า” เป็นชื่อเรียก ตามคำพื้นเมือง ดอยหมายถึงภูเขา บวกหมายถึง หนองน้ำ ห้าหมายถึงต้นหว้า หมายความว่า ที่ยอดดอยแห่งนี้มี หนองน้ำอุดมไปด้วยต้นหว้าขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณหนองน้ำนั้น พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ในปีพ.ศ. ๒๕๐๔ และพระราชทานนาม พระตำหนักองค์นี้ว่าภูพิงคราชนิเวศน์

โดยทรงเลือกจาก หนึ่งใน ๒ ชื่อ ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งเป็นที่ พระศาสนโสภณ เป็นผู้คิดชื่อถวาย คือ
“พิงคัมพร” กับ “ภูพิงคราชนิเวศน์” พระตำหนักแห่งนี้ ใช้เป็นที่ประทับในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงงาน และเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในโอกาส ต่างๆ การที่ทรงเลือกสร้างที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย ภูมิประเทศสวยงาม อีกทั้งเคยเป็นเมืองหลวงมาก่อน ผู้คนพลเมืองยังดำรงรักษาจารีตขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามไว้

Introduction to Bhubing Palace

The Bhubing Palace is located on Doi Buak Ha, Muang District, Chiang Mai Province. It is the royal winter residence in Chiang Mai where the Royal family stays during seasonal visits to the people in the northern part of Thailand.

The palace is also the royal guesthouse for prominent state visitors from abroad. In the past Their Majesties welcomed or granted royal audience to State visitors only in the capital of Bangkok. Bhubing Palace was built in 1961. The construction started initially with only the royal resident building and the guesthouse. The other buildings were additionally built on later dates.

Bhubing Rajanives

Phra Tamnak Bhubing Rajanives was built in northern Thai architectural style called ?Ruen Mu? (Group of Houses). The building sits on stilts. The upper floor is the royal residential area while the ground floor houses the royal entourage.

The building master plan was design by Prince Samaichalerm Kridagara while Mom Rachawongse Mitrarun Kasemsri designed the building.

The construction of the Palace was undertaken by the Crown Property Bureau, under the supervision of Prince Samaichalerm Kridagara, assisted by Mom Mom Rachawongse Mitrarun Kasemsri and Mr. Pradit Yuwapukka. General Luang Kampanath Saenyakorn, the Privy Councilor was assigned to lay foundation stone on August 24, 1961 at 10.49 am. The Construction took 5 months to complete. The first royal visitors to stay at the palace were King Federick the Ninth and Queen Ingrid of Denmark on their royal visit to Thailand in January 1962