Bangkok

Naval Museum 1 : พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Naval Museum 1 : พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ
Author: 
poj1967
Pano description: 

พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ เป็นพิพิธภัณฑสถานแบบพิเศษ ทำหน้าที่ รวบรวม อนุรักษ์ วัตถุพิพิธภัณฑ์อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณสถาน และโบราณคดีที่เกี่ยวกับกิจการทหารเรือ ภายในพิพิธภัณฑ์ เป็นที่รวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับ วัตถุพิพิธภัณฑ์สมัยโบราณของกองทัพเรือไทย ยุทธนาวีการรบครั้งสำคัญ ๆ ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่เคยใช้ในการรบเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีเรือจำลองสมัยต่าง ๆ เช่น เรือที่ใช้ในพระราชพิธีกระบวนเรือพยุหยาตราชลมารค ในสมัยรัชกาลที่ 5 เรือหลวงพระร่วง เรือเหรา และเรือหลวงมัจฉาณุ
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในพิพิธภัณฑ์ทหารเรือที่หาชมได้ยาก ก็คือ เรือหลวงมัจฉานุ ซึ่งเป็นเรือดำน้ำรุ่นแรกของกองทัพเรือไทย ที่บางส่วนได้ถูกเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้

The museum contains information about the naval history which Samut Prakan province played an important part. In the museum grounds are a seaplane, submarine, tanks and various guns. Inside there are many model ships. The highlights include H.T.M.S. Machanu, the first submarine in Thailand, and the first lighthouse in Thailand.

Rama 8 Bridge 2 : สะพานพระราม 8

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Rama 8 Bridge 2 : สะพานพระราม 8
Author: 
poj1967
Pano description: 

The Rama VIII Bridge in Bangkok, Thailand, officially opened on September 20, 2002. The cable-stayed bridge consists of a single pylon located approximately one-third of the distance from the northwest end of the bridge. Golden suspension cables extend from this pylon to the road surface. The Bridge is 2.45 km long including approach spans, and spans the Chao Phraya River. The bridge is named after the eighth monarch of the Chakri dynasty, King Ananda Mahidol. It has become a notable tourist attraction, and is depicted on the back of the Series 15 20-baht banknote, behind a portrait of King Ananda Mahidol.

สะพานพระราม 8 (อังกฤษ: Rama VIII Bridge) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 13 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวสายทางเชื่อมต่อกับทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณโรงงานสุราบางยี่ขัน เขตบางพลัด บรรจบกับปลายถนนวิสุทธิกษัตริย์ ใกล้กับธนาคารแห่งประเทศไทย เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

สะพานนี้เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 พระองค์มีพระราชดำริให้กรุงเทพมหานครก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มอีก 1 แห่ง เพื่อบรรเทาการจราจรบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้ารองรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี และเป็นจุดเชื่อมต่อโครงการพระราชดำริตามแนวจตุรทิศ
สะพานพระราม 8 จะช่วยเชื่อมการเดินทางระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรีให้สะดวกสบายขึ้น ซึ่งจะช่วยระบายรถบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าได้ถึง 30% และบนสะพานกรุงธน อีก 20% และยังสามารถลดมลพิษทางอากาศบริเวณในเมือง โดยเริ่มเปิดให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 เวลา 7:00 น.

Rama 8 Bridge 1 : สะพานพระราม 8

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Rama 8 Bridge 1 : สะพานพระราม 8
Author: 
poj1967
Pano description: 

The Rama VIII Bridge in Bangkok, Thailand, officially opened on September 20, 2002. The cable-stayed bridge consists of a single pylon located approximately one-third of the distance from the northwest end of the bridge. Golden suspension cables extend from this pylon to the road surface. The Bridge is 2.45 km long including approach spans, and spans the Chao Phraya River. The bridge is named after the eighth monarch of the Chakri dynasty, King Ananda Mahidol. It has become a notable tourist attraction, and is depicted on the back of the Series 15 20-baht banknote, behind a portrait of King Ananda Mahidol.

สะพานพระราม 8 (อังกฤษ: Rama VIII Bridge) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 13 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวสายทางเชื่อมต่อกับทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณโรงงานสุราบางยี่ขัน เขตบางพลัด บรรจบกับปลายถนนวิสุทธิกษัตริย์ ใกล้กับธนาคารแห่งประเทศไทย เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

สะพานนี้เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 พระองค์มีพระราชดำริให้กรุงเทพมหานครก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มอีก 1 แห่ง เพื่อบรรเทาการจราจรบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้ารองรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี และเป็นจุดเชื่อมต่อโครงการพระราชดำริตามแนวจตุรทิศ
สะพานพระราม 8 จะช่วยเชื่อมการเดินทางระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรีให้สะดวกสบายขึ้น ซึ่งจะช่วยระบายรถบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าได้ถึง 30% และบนสะพานกรุงธน อีก 20% และยังสามารถลดมลพิษทางอากาศบริเวณในเมือง โดยเริ่มเปิดให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 เวลา 7:00 น.

Royal Pavilion Mahajetsadabadin 2 : ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Royal Pavilion Mahajetsadabadin 2 : ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์
Author: 
poj1967
Pano description: 

ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2532 บนสถานที่เดิมของศาลาเฉลิมไทย ตั้งอยู่บริเวณมุมถนนราชดำเนินกลางตัดกับถนนมหาไชย ตั้งชื่อตามพระนามกรมของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ พื้นที่โดยรอบเป็นลานกว้าง มีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานอยู่ นอกจากนี้ ยังมีการรจัดสร้างพลับพลาที่ประทับเพื่อใช้เป็นที่สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกรับแขกเมืองของประเทศ
ทัศนียภาพบริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ มีสิ่งปลูกสร้างและสำคัญหลายแห่ง เช่น โลหะปราสาท วัดราชนัดดา, ป้อมมหากาฬ และพระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง วัดสระเกศ

The Royal Pavilion Mahajetsadabadin was named after the King Rama III. It is located at the corner of Ratchadamnoen Road , near Khao San Road, east of the Democracy Monument. Nearby attractions are including Wat Ratchanatdaram , Mahakarn Fort, and Wat Saket.

Royal Pavilion Mahajetsadabadin 1 : ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Royal Pavilion Mahajetsadabadin 1 : ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์
Author: 
poj1967
Pano description: 

ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2532 บนสถานที่เดิมของศาลาเฉลิมไทย ตั้งอยู่บริเวณมุมถนนราชดำเนินกลางตัดกับถนนมหาไชย ตั้งชื่อตามพระนามกรมของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ พื้นที่โดยรอบเป็นลานกว้าง มีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานอยู่ นอกจากนี้ ยังมีการรจัดสร้างพลับพลาที่ประทับเพื่อใช้เป็นที่สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกรับแขกเมืองของประเทศ
ทัศนียภาพบริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ มีสิ่งปลูกสร้างและสำคัญหลายแห่ง เช่น โลหะปราสาท วัดราชนัดดา, ป้อมมหากาฬ และพระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง วัดสระเกศ

The Royal Pavilion Mahajetsadabadin was named after the King Rama III. It is located at the corner of Ratchadamnoen Road , near Khao San Road, east of the Democracy Monument. Nearby attractions are including Wat Ratchanatdaram , Mahakarn Fort, and Wat Saket.

The Grand palace 2 : พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

The Grand palace 2 : พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
Author: 
poj1967
Pano description: 

The Grand Palace has an area of 218,400 sq. metres and is surrounded by walls built in 1782. The length of the four walls is 1,900 metres. Within these walls are situated government offices and the Chapel Royal of the Emerald Buddha besides the royal residences.

When Siam restored law and order after the fall of Ayutthaya the monarch lived in Thonburi on the west side of the river. Rama I, on ascending the throne, moved the centre of administration to this side of the Chao Phraya; and, after erecting public monuments such as fortifications and monasteries, built a palace to serve not only as his residence but also his offices--the various ministries, only one of which remains in the palace walls.

This palace came to be known as the Grand Palace, in which the earliest edifices contemporary with the foundation of Bangkok were the two groups of residences named the Dusit Maha Prasat and the Phra Maha Monthian.

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสร็จขึ้นครองราชสมบัติในปี พ.ศ. ๒๓๒๕ ได้ทรงสถาปนาพระบรมมหาราชวังขึ้นเมื่อ วันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๒๕
โดยมีที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับพระราชวังเดิมของกรุงธนบุรี

พระบรมมหาราชวังนี้มีเนื้อที่ ๑๕๒ ไร่ ๒ งาน รวมความยาวโดยรอบสี่ด้านกำแพง ได้ทั้งหมด ๑,๙๑๐ เมตร ประกอบไปด้วยป้อมปราการกับประตูพระราชวังโดยรอบ ภายในของ
พระบรมมหาราชวัง แบ่งเป็นสี่ส่วน คือ พระราชฐานชั้นนอก พระราชฐานชั้นกลาง พระราชฐานชั้นใน และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ลักษณะแบบแผนการก่อสร้าง คล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาคือ มีวัดพระศรีรัตนศาสดารามอยู่ในบริเวณวังเหมือนกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาพระอารามหลวง ในเขตวังนี้นับเป็นแบบธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาแต่โบราณ

The Grand palace 1 : พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

The Grand palace 1 : พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
Author: 
poj1967
Pano description: 

The Grand Palace has an area of 218,400 sq. metres and is surrounded by walls built in 1782. The length of the four walls is 1,900 metres. Within these walls are situated government offices and the Chapel Royal of the Emerald Buddha besides the royal residences.

When Siam restored law and order after the fall of Ayutthaya the monarch lived in Thonburi on the west side of the river. Rama I, on ascending the throne, moved the centre of administration to this side of the Chao Phraya; and, after erecting public monuments such as fortifications and monasteries, built a palace to serve not only as his residence but also his offices--the various ministries, only one of which remains in the palace walls.

This palace came to be known as the Grand Palace, in which the earliest edifices contemporary with the foundation of Bangkok were the two groups of residences named the Dusit Maha Prasat and the Phra Maha Monthian.

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสร็จขึ้นครองราชสมบัติในปี พ.ศ. ๒๓๒๕ ได้ทรงสถาปนาพระบรมมหาราชวังขึ้นเมื่อ วันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๒๕
โดยมีที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับพระราชวังเดิมของกรุงธนบุรี

พระบรมมหาราชวังนี้มีเนื้อที่ ๑๕๒ ไร่ ๒ งาน รวมความยาวโดยรอบสี่ด้านกำแพง ได้ทั้งหมด ๑,๙๑๐ เมตร ประกอบไปด้วยป้อมปราการกับประตูพระราชวังโดยรอบ ภายในของ
พระบรมมหาราชวัง แบ่งเป็นสี่ส่วน คือ พระราชฐานชั้นนอก พระราชฐานชั้นกลาง พระราชฐานชั้นใน และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ลักษณะแบบแผนการก่อสร้าง คล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาคือ มีวัดพระศรีรัตนศาสดารามอยู่ในบริเวณวังเหมือนกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาพระอารามหลวง ในเขตวังนี้นับเป็นแบบธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาแต่โบราณ

Giant Swing : เสาชิงช้า

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Giant Swing : เสาชิงช้า
Author: 
poj1967
Pano description: 

The Giant Swing was originally constructed in 1784 in front of the Devasathan shrine by King Rama I. During the reign of Rama II the swing ceremony was discontinued as the swing had become structurally damaged by lightning. In 1920 it was renovated and moved to its current location in order to make space for a gas plant. The ceremony was again performed until 1935, when it was discontinued after several fatal accidents.
The last renovations were done in 1959, and after 45 years of exposure to the elements the wooden pillars were showing signs of serious damage. A major reconstruction began in April 2005. Six teak tree trunks were used. The two used for the main structure of the swing are over 3.5m in circumference and over 30m in height. The remaining four are used for support and are 2.30m in circumference and 20m in height.[1] The swing was taken down in late October 2006 and the work finished late December of the same year. The rebuilt swing was dedicated in royal ceremonies presided over by His Majesty King Bhumibol Adulyadej in September 2007. The timbers of the original swing are preserved in the National Museum.
In 2005, the Giant Swing, together with Wat Suthat, was suggested as a future UNESCO World Heritage Site.

เสาชิงช้า เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีโล้ชิงช้า ในพระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวายของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู โดยทั่วไปหมายถึงเสาชิงช้าที่ตั้งอยู่หน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม และลานหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ลานคนเมือง) ใกล้กับเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ ในพื้นที่แขวงเสาชิงช้าและแขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของกรุงเทพมหานคร แม้พิธีโล้ชิงช้าได้เลิกไปแล้วตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ก็ตาม
นอกจากนี้ ในประเทศไทยยังมีเสาชิงช้าอีกแห่งหนึ่งที่หน้าหอพระอิศวร เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งมีการประกอบพิธีโล้ชิงช้ามาแต่โบราณเช่นกัน แต่ได้เลิกไปก่อนที่จะมีการก่อสร้างขึ้นใหม่ในภายหลัง โดยจำลองแบบมาจากเสาชิงช้าที่กรุงเทพมหานคร
เสาชิงช้าที่กรุงเทพมหานครแห่งนี้ มีลักษณะเป็นเสาชิงช้าขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนแท่นหินขนาดใหญ่ สูง 21.15 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางฐานกลมประมาณ 10.50 เมตร ฐานกลมก่อเป็นฐานปัทม์ทำด้วยหินล้างสีขาว พื้นบนปูกระเบื้องดินเผาสีแดง มีบันได 2 ขั้น ทั้ง 2 ด้าน ตามแนวโค้งของฐานติดแผ่นจารึกประวัติเสาชิงช้า เสาไม้แกนกลางคู่และเสาตะเกียบ 2 คู่ เป็นเสาหัวเม็ด ล้วนทำด้วยไม้สักกลึงกลม โครงยึดหัวเสาทั้งคู่แกะสลักอย่างสวยงาม กระจังและหูช้างไม้เป็นลวดลายไทย ทั้งหมดทาสีแดงชาด ติดสายล่อฟ้าจากลวดลายกระจังด้านบนลงดิน
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเสาชิงช้าเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492 นับตั้งแต่สร้างครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2327 จนถึงการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งล่าสุดซึ่งเสาชิงช้าคู่เดิมถูกถอดเปลี่ยนเมื่อปี พ.ศ. 2549 เสาชิงช้ามีอายุรวม 222 ปี

Dusit Palace Royal Ground 1 : ลานพระราชวังดุสิต

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Dusit Palace Royal Ground 1 : ลานพระราชวังดุสิต
Author: 
poj1967
Pano description: 

The Royal Plaza, or formally Dusit Palace Plaza (Thai: ลานพระราชวังดุสิต; RTGS: Lan Phra Ratcha Wang Dusit), and also known in Thailand as Equestrian Plaza (Thai: ลานพระบรมรูปทรงม้า; RTGS: Lan Phra Borommarup Song Ma), is a public square in Bangkok, Thailand (13?46?8?N 100?30?44?E).
It is located in front of Ananta Samakhom Throne Hall in Dusit Palace, Dusit, Bangkok, which was the former reception hall of the palace where King Chulalongkorn Rama V once lived, and was later used as the first parliament building. On 24 June 1932, the plaza and the throne hall witnessed one of the most important events in Thai history as the People's Party staged a bloodless revolution that transformed the country from absolute monarchy to democratic constitutional monarchy. The plaza was the rally site for People's Party supporters demanding the constitution. The first permanent constitution was ceremoniously granted in the Ananta Samakhom Throne Hall on 10 December 1932. Next to the plaza is Amporn Garden, the venue of the annual Red Cross Fair. Dusit Zoo is also located near the plaza. At the center of the plaza is the Equestrian Statue of King Chulalongkorn Rama V, the Great Beloved King.

ลานพระราชวังดุสิต หรือที่นิยมเรียกโดยทั่วไปว่า ลานพระบรมรูปทรงม้า (ชื่อย่อ ลานพระรูปฯ) เป็นลานกว้างอยู่ด้านหน้าของพระที่นั่งอนันตสมาคมและสวนอัมพร ในเขตพระราชวังดุสิต ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เป็นที่ตั้งของพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ "พระบรมรูปทรงม้า" และหมุด 24 มิถุนายน 2475 ที่ระลึกการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

Chulalongkorn University : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Chulalongkorn University : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Author: 
poj1967
Pano description: 

Chulalongkorn University (Thai: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) is the oldest university in Thailand and has long been considered the country's most prestigious university.
It now has nineteen faculties and institutes. Regarded as the best and most selective university in Thailand, it consistently attracts top students from around the country. It is named after King Chulalongkorn (Rama V), and was established by his son and successor King Vajiravudh (Rama VI) in 1917 by combining the Royal Pages School and the College of Medicine.
Its campus occupies a vast area in downtown Bangkok, close to the popular teenagers' hangout, Siam Square, and adjacent to the most prestigious and private sports club, The Royal Bangkok Sports Club. The symbol of the University is the Phra Kiao, a royal insignia. Diplomas were traditionally handed out at graduation by the King of Thailand, created and begun by King Prajadhipok (Rama VII). But at present, King Bhumibol Adulyadej (Rama IX) delegates the role to one of his daughters, Princess Maha Chakri Sirindhorn.
During the years 1973-1977 Princess Maha Chakri Sirindhorn was a student at the University, becoming the first member of the Thai Royal Family to graduate from a Thai university. Prior to that, Thai royals had always studied abroad.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ถือกำเนิดจาก "โรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน" ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อปี พ.ศ. 2442 พร้อมทั้งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญ "พระเกี้ยว" มาเป็นเครื่องหมายประจำโรงเรียน การดำเนินงานของโรงเรียนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 (ขณะนั้นนับวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ นับอย่างใหม่ต้องเข้าปี พ.ศ. 2460) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงประดิษฐานขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย และพระราชทานนามว่า "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมชนกนาถของพระองค์ นับตั้งแต่ พ.ศ. 2460 ถึงปัจจุบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีผู้บัญชาการและอธิการบดีดำรงตำแหน่งมาแล้ว 16 คน อธิการบดีคนปัจจุบัน คือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอับดับให้เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกทั้งในสาขาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาเวชชีวศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ และสาขาสังคมศาสตร์ และได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาในระดับดีมากจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติอีกด้วย นอกจากนี้ นักเรียนที่ทำคะแนนรวมได้สูงสุดของคณะต่างๆ จากการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางและระบบรับตรงของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย พบว่า ส่วนใหญ่เลือกเข้าศึกษาต่อในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปัจจุบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดการเรียนการสอนใน 19 คณะ บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 540 สาขาวิชา หลักสูตรนานาชาติและภาษาอังกฤษ รวมทั้งสิ้น 85 สาขาวิชา นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งสถาบันวิจัยขึ้นภายในมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งเพื่อดำเนินการวิจัยในศาสตร์ต่าง ๆ ด้วย
อดีตผู้ที่จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช แต่ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย