Phra Nakhon Sri Ayutthaya

Thung Makham Yong 4 : ทุ่งมะขามหย่อง

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Thung Makham Yong 4 : ทุ่งมะขามหย่อง
Author: 
poj1967
Pano description: 

ความเป็นมาของทุ่งมะขามหย่อง
ทุ่งมะขามหย่อง สมรภูมิรบสำคัญในสมัยอยุธยา ที่ถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์ ถึงการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของวีรสตรีไทย "สมเด็จพระศรีสุริโยทัย" ที่ทรงสละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยในการรบกับพม่าเมื่อปี พ.ศ.2091 ตั้งอยู่ในตำบลภูเขาทอง อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กินพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ มีพระราชานุสาวรีย์ช้างทรงของสมเด็จพระสุริโยทัย และนักรบจาตุรงคบาท ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ ซึ่งอนุสรณ์สถานแห่งนี้ถูกจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2534 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติให้กับสมเด็จพระศรีสุริโยทัย และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวาระมหามงคลพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปี พ.ศ.2535 ด้วย สถานที่แห่งนี้จึงมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย"
นอกจากนี้ ยังเป็นที่ดินส่วนพระองค์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวตามแนวพระราชดำริ เป็นพื้นที่แก้มลิง เพื่อรองรับและป้องกันน้ำท่วม โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ผันน้ำเหนือจากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่ที่ดินส่วนพระองค์บริเวณทุ่งมะขามหย่องและทุ่งภูเขาทองที่อยู่ติดกัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวบ้านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
มติชนออนไลน์

Thung Makham Yong 3 : ทุ่งมะขามหย่อง

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Thung Makham Yong 3 : ทุ่งมะขามหย่อง
Author: 
poj1967
Pano description: 

ความเป็นมาของทุ่งมะขามหย่อง
ทุ่งมะขามหย่อง สมรภูมิรบสำคัญในสมัยอยุธยา ที่ถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์ ถึงการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของวีรสตรีไทย "สมเด็จพระศรีสุริโยทัย" ที่ทรงสละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยในการรบกับพม่าเมื่อปี พ.ศ.2091 ตั้งอยู่ในตำบลภูเขาทอง อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กินพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ มีพระราชานุสาวรีย์ช้างทรงของสมเด็จพระสุริโยทัย และนักรบจาตุรงคบาท ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ ซึ่งอนุสรณ์สถานแห่งนี้ถูกจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2534 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติให้กับสมเด็จพระศรีสุริโยทัย และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวาระมหามงคลพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปี พ.ศ.2535 ด้วย สถานที่แห่งนี้จึงมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย"
นอกจากนี้ ยังเป็นที่ดินส่วนพระองค์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวตามแนวพระราชดำริ เป็นพื้นที่แก้มลิง เพื่อรองรับและป้องกันน้ำท่วม โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ผันน้ำเหนือจากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่ที่ดินส่วนพระองค์บริเวณทุ่งมะขามหย่องและทุ่งภูเขาทองที่อยู่ติดกัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวบ้านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
มติชนออนไลน์

Thung Makham Yong 2 : ทุ่งมะขามหย่อง

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Thung Makham Yong 2 : ทุ่งมะขามหย่อง
Author: 
poj1967
Pano description: 

ความเป็นมาของทุ่งมะขามหย่อง

ทุ่งมะขามหย่อง สมรภูมิรบสำคัญในสมัยอยุธยา ที่ถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์ ถึงการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของวีรสตรีไทย "สมเด็จพระศรีสุริโยทัย" ที่ทรงสละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยในการรบกับพม่าเมื่อปี พ.ศ.2091 ตั้งอยู่ในตำบลภูเขาทอง อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กินพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ มีพระราชานุสาวรีย์ช้างทรงของสมเด็จพระสุริโยทัย และนักรบจาตุรงคบาท ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ ซึ่งอนุสรณ์สถานแห่งนี้ถูกจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2534 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติให้กับสมเด็จพระศรีสุริโยทัย และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวาระมหามงคลพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปี พ.ศ.2535 ด้วย สถานที่แห่งนี้จึงมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย"

นอกจากนี้ ยังเป็นที่ดินส่วนพระองค์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวตามแนวพระราชดำริ เป็นพื้นที่แก้มลิง เพื่อรองรับและป้องกันน้ำท่วม โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ผันน้ำเหนือจากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่ที่ดินส่วนพระองค์บริเวณทุ่งมะขามหย่องและทุ่งภูเขาทองที่อยู่ติดกัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวบ้านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

มติชนออนไลน์

Thung Makham Yong 1 : ทุ่งมะขามหย่อง

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Thung Makham Yong 1 : ทุ่งมะขามหย่อง
Author: 
poj1967
Pano description: 

ความเป็นมาของทุ่งมะขามหย่อง

ทุ่งมะขามหย่อง สมรภูมิรบสำคัญในสมัยอยุธยา ที่ถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์ ถึงการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของวีรสตรีไทย "สมเด็จพระศรีสุริโยทัย" ที่ทรงสละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยในการรบกับพม่าเมื่อปี พ.ศ.2091 ตั้งอยู่ในตำบลภูเขาทอง อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กินพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ มีพระราชานุสาวรีย์ช้างทรงของสมเด็จพระสุริโยทัย และนักรบจาตุรงคบาท ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ ซึ่งอนุสรณ์สถานแห่งนี้ถูกจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2534 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติให้กับสมเด็จพระศรีสุริโยทัย และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวาระมหามงคลพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปี พ.ศ.2535 ด้วย สถานที่แห่งนี้จึงมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย"

นอกจากนี้ ยังเป็นที่ดินส่วนพระองค์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวตามแนวพระราชดำริ เป็นพื้นที่แก้มลิง เพื่อรองรับและป้องกันน้ำท่วม โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ผันน้ำเหนือจากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่ที่ดินส่วนพระองค์บริเวณทุ่งมะขามหย่องและทุ่งภูเขาทองที่อยู่ติดกัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวบ้านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

มติชนออนไลน์

Wat Srisanpet 2 : วัดพระศรีสรรเพชญ์

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Wat Srisanpet 2 : วัดพระศรีสรรเพชญ์
Author: 
poj1967
Pano description: 

วัดพระศรีสรรเพชญ์ หรือ วัดพระศรีสรรเพชญ เป็นวัดหลวงในพระราชวังโบราณ อยุธยา ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ซึ่งเป็นต้นแบบของ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร

The royal palace was located here from the establishment of Ayutthaya in the reign of King Ramathibodi I (1350 A.D.) to the rign of King Sam Phraya (1448 A.D.). Later King Borommatrailokanat ordered a wat to be build on this site in 1448 A.D. to be used as a monastic area.

After the reign of King Borommatrailokanat, his son King Ramathibodi II, ordered the construction for two chedis, one of which was kept the ashes of his father and the other those of his brother, King Borommarachathirat III. Another Chedi was built by order of King Boromrachanophuttangkun. It was similary used to house royal Remains those of King Ramathibodi II.

In 1499, a principal Vihan was built, The following year, in 1500 A.D., King Ramathibodi II commanded the casting of a standing Buddha image 16 meters in the height and covered with gold. This image, Phra Buddha Chao Sri Sanphet was the main object of veneration in the royal viranra (hall of worship). After that time the ashes of members of the royal family other than the kings were placed in small chedis constructed at the site.

Wat Phra Sri San Phet was the royal chapel and as sush did not have a Sangavasa (no monks dwelt there). It was used for royal ceremonies.

Wat Srisanpet 1 : วัดพระศรีสรรเพชญ์

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Wat Srisanpet 1 : วัดพระศรีสรรเพชญ์
Author: 
poj1967
Pano description: 

วัดพระศรีสรรเพชญ์ หรือ วัดพระศรีสรรเพชญ เป็นวัดหลวงในพระราชวังโบราณ อยุธยา ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ซึ่งเป็นต้นแบบของ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร

The royal palace was located here from the establishment of Ayutthaya in the reign of King Ramathibodi I (1350 A.D.) to the rign of King Sam Phraya (1448 A.D.). Later King Borommatrailokanat ordered a wat to be build on this site in 1448 A.D. to be used as a monastic area.

After the reign of King Borommatrailokanat, his son King Ramathibodi II, ordered the construction for two chedis, one of which was kept the ashes of his father and the other those of his brother, King Borommarachathirat III. Another Chedi was built by order of King Boromrachanophuttangkun. It was similary used to house royal Remains those of King Ramathibodi II.

In 1499, a principal Vihan was built, The following year, in 1500 A.D., King Ramathibodi II commanded the casting of a standing Buddha image 16 meters in the height and covered with gold. This image, Phra Buddha Chao Sri Sanphet was the main object of veneration in the royal viranra (hall of worship). After that time the ashes of members of the royal family other than the kings were placed in small chedis constructed at the site.

Wat Phra Sri San Phet was the royal chapel and as sush did not have a Sangavasa (no monks dwelt there). It was used for royal ceremonies.

Wat Phraram 2 : วัดพระราม

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Wat Phraram 2 : วัดพระราม
Author: 
poj1967
Pano description: 

วัดพระราม ตั้งอยู่นอกเขต พระราชวัง ทางด้านทิศตะวันออก ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา (กรุงเก่า) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตรงข้ามกับวิหารพระมงคลบพิตร

Wat Phra Ram, the Temple of Rama, was probably built by King Borom Trailokanath. It was likely initiated by King Ramesuan (r.1369-1370) and then modified by King Borom Trailokanath (r. 1448-1488). In 1741, during the reign of King Borom Kot, the temple was further renovated.

One chronicle suggests alternatively that Wat Phra Ram was built in 1369 on the site of King Ramathibodi's (r. 1351-69) crematorium by his son Ramesuan.

Wat Phraram 1 : วัดพระราม

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Wat Phraram 1 : วัดพระราม
Author: 
poj1967
Pano description: 

วัดพระราม ตั้งอยู่นอกเขต พระราชวัง ทางด้านทิศตะวันออก ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา (กรุงเก่า) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตรงข้ามกับวิหารพระมงคลบพิตร

Wat Phra Ram, the Temple of Rama, was probably built by King Borom Trailokanath. It was likely initiated by King Ramesuan (r.1369-1370) and then modified by King Borom Trailokanath (r. 1448-1488). In 1741, during the reign of King Borom Kot, the temple was further renovated.

One chronicle suggests alternatively that Wat Phra Ram was built in 1369 on the site of King Ramathibodi's (r. 1351-69) crematorium by his son Ramesuan.

Wat Niwet Thammaprawat : วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Wat Niwet Thammaprawat : วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร
Author: 
poj1967
Pano description: 

วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดในสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่ง เป็นศิลปะแบบโกธิค (Gothic)

พระอุโบสถของวัดนั้นสร้างเลียนแบบโบสถ์ในคริสต์ศาสนา โดยภายในประดิษฐาน "พระพุทธนฤมลธรรโมภาส" เป็นพระประธาน ออกแบบโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ โดยลักษณะที่ผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยม และศิลปะแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน ซึ่งมีพุทธลักษณะคล้ายสามัญชน นอกจากนี้ บริเวณฐานชุกชีก็มีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนแบบโบสถ์ และฝาผนังโบสถ์ด้านหน้าของพระประธานนั้น เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 ที่ประดับด้วยกระจกสี

Wat Niwet Thammaprawat

This riverine island Buddhist temple was constructed, at the command of King Rama V during 1878, in the style of an English Gothic church. The structure's stained glass windows and unusual architecture make it one of the most distinctive Buddhist temples anywhere in Thailand.

Wat Mongkonbuapit 2 : วัดมงคลบพิตร

Thai's Panorama for your website :  Embed in your web

Wat Mongkonbuapit 2 : วัดมงคลบพิตร
Author: 
poj1967
Pano description: 

วิหารพระมงคลบพิตร ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ ภายในประดิษฐานพระมงคล- บพิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปบุสำริดองค์ใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย เดิมอยู่ทางทิศตะวันออกนอกพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมทรงโปรดฯให้ชลอมาไว้ทางด้านตะวันตก ที่ซึ่งประดิษฐาน ในปัจจุบันและโปรดฯ ให้ก่อมณฑปสวมไว้ ครั้นถึง แผ่นดินของสมเด็จพระเจ้าเสือยอดมณฑปเกิด ไฟไหม้เพราะอสุนีบาต ทำให้ส่วนบนของ พระมงคลบพิตรเสียหาย จึงโปรดฯ ให้ก่อสร้างใหม่ แปลงเป็นวิหารแทน เมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 วิหารพระมงคลบพิตรได้ถูกไฟไหม้ พระวิหารและองค์พระพุทธรูปได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ ฝีมือไม่งดงามอ่อนช้อยเหมือนของเก่า บริเวณข้างวิหารพระมงคลบพิตรทางด้านทิศตะวันออก เดิมเป็นสนามหลวง ใช้สำหรับเป็นที่สร้างพระเมรุ พระบรมศพของพระมหากษัตริย์และเจ้านาย เช่นเดียวกับท้องสนามหลวงของกรุงเทพฯสมัยอยุธยาตอนต้น ยังมิได้กำหนดสถานที่สำหรับการพระเมรุไว้เป็นการเฉพาะ ดังนั้นเมื่อพระมหากษัตริย์เสด็สวรรคต จะเลือกพื้นที่ว่างแห่งใดแห่งหนึ่งสำหรับการพระเมรุ เมื่อเสร็จพระราชพิธีแล้วบริเวณดังกล่าวมักจะสถาปนาวัดไว้เพื่อพุทธศาสนาเสมอ เช่น บริเวณวัดพระรามที่ทำการพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1(พระเจ้าอู่ทอง) เป็นต้น ถึงรัชกาลสมเด็จพระเจ้า
ทรงธรรมจึงพบหลักฐานที่พอจะสันนิษฐานได้ว่า เริ่มกำหนดพื้นที่สำหรับการพระเมรุเป็นการเฉพาะ

Wat Mongkonbuapit is located at south of Wat Phra Si Sanphet, in the Grand Palace compound like Wat Phra Si Rattanasatsadaram (Wat Phra Kaeo) of Bangkok. Used as a residential palace, it became a monastery in the reign of King Ramathibodi I. When King Borom Trai Lokanat commanded new living quarters built, this residential palace was given to be a temple area.